จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดตรัง และร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี
16/04/2569 |
19
|
จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดตรัง และร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี
วันนี้(พฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569) เวลา 09.30 น. พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 จังหวัดตรัง และร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากห้องประชุม 1 ปภ.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ ห้องศรีตรัง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง โดยมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569
ทั้งนี้ ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 15 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 156 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 161 คน ผู้เสียชีวิต 23 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 43.59 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.64 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 67.84 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 89.74 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 46.79 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 17.95 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 24.46 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (3 ราย) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (10 – 15 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,108 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,073 คน ผู้เสียชีวิต รวม 216 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (49 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (19 ราย)
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเริ่มทำงานตามปกติแล้ว ขณะที่ยังมีประชาชนบางส่วนหยุดต่อเนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนการดำเนินงานให้สอดรับกับการเดินทางกลับของประชาชน โดยสิ่งที่น่าชื่นชมในปีนี้คือ 'พลังของด่านชุมชน' และความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ช่วยคัดกรอง 'คนดื่มไม่ให้ขับ' ตั้งแต่ต้นทางในหมู่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาในเรื่องของสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ที่มีความเหนื่อยล้า และสภาพรถที่ไม่พร้อมใช้งาน ซึ่ง ศปถ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถอดบทเรียนทันทีเพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการต่อไป พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับเส้นทางสายหลัก ให้เพิ่มการสอบถามรถป้ายทะเบียนต่างจังหวัดระยะไกลเพื่อสังเกตความอ่อนเพลีย หรือง่วงซึม และพิจารณาตั้งจุดตรวจ จุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม และบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวด
ส่วนด้านการเดินทางโดยรถสาธารณะ ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความปลอดภัยของสภาพรถและความพร้อมของร่างกายของพนักงานขับรถต้องมีแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ตลอดจนจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอป้องกันผู้โดยสารตกค้าง สำหรับประชาชนที่ลาหยุดต่อเนื่องและยังคงอยู่ต่อในพื้นที่ ให้หน่วยงานท้องถิ่นท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงใช้มาตรการ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ตรวจตราตักเตือนผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงไม่ให้ออกมาขับขี่รถ เพราะความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในการสัญจรช่วงเทศกาลสงกรานต์คือจุดมุ่งหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันแถลงผลปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ขอให้ ศปถ.จังหวัด ตรวจสอบข้อมูลพร้อมเตรียมการสรุปผลดำเนินงาน และย้ำจุดตรวจ จุดบริการประชาชนฯ ให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะ เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร หากรู้สึกอ่อนเพลียให้แวะพักนอนหลับ ณ จุดพัก หรือสถานบริการน้ำมันเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการหลับใน และให้ผู้ขับขี่ในแต่ละภูมิภาคติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในระยะนี้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะมีพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง ขอให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและใต้ต้นไม้ใหญ่ ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด ขอให้หลีกเลี่ยงการทำงานหรือประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งยังคงมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันเกินมาตรฐาน ควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่นอกอาคาร ในส่วนของ ปภ. ได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต และ สำนักงาน ปภ. จังหวัด เตรียมชุดปฏิบัติการ รถดับเพลิง และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมสนับสนุนการเผชิญเหตุสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน รวมถึงเฝ้าระวังไฟป่าโดยจัดชุดลาดตระเวนและติดตามจุดความร้อนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากพบเหตุสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

รูปภาพ