รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
9/07/2569 |
7
|
รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) เพื่อติดตามสถานการณ๋และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
วันนี้( 9 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) เพื่อติดตามสถานการณ๋และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จากห้องประชุม1 ปภ.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (VDO conference) ณ ห้องศรีตรัง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่แปรปรวนมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะอยู่ในห้วงของฤดูฝน แต่จากการติดตามสถานการณ์และการคาดการณ์ของหน่วยพยากรณ์ พบว่า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์โลกในปัจจุบันได้เข้าสู่สภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน และคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2570 โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 - มกราคม 2570 สถานการณ์จะมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นถึงระดับ Strong เอลนีโญ ซึ่งจะส่งผลให้หลายจังหวัดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า “ภัยแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะระดับพื้นที่ ที่มุ่งป้องกันการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร สิ่งสำคัญ คือการเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค อีกทั้งประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม จำเป็นต้องเตรียมพร้อมกักเก็บน้ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นขั้นตอน รวมถึงส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ดูแลเกษตรกรให้ทั่วถึงทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน และเตรียมพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมสนับสนุนแก้ไขปัญหา หากมีความจำเป็นที่จะต้องขอสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติมให้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน สำหรับภาคอุตสาหกรรม ต้องมีการบริหารจัดการน้ำ การบำบัดน้ำเสีย ตามกระบวนการจัดการของอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดจะต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วยกัน จะทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงที่อาจเกิดขึ้นในห้วงต่อไป จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นและประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยดูแลน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก รวมถึงสร้างการรับรู้ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำหรือขาดแคลนน้ำ ตลอดจนจัดเตรียมทรัพยากร และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการแจกจ่ายน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปยังแหล่งน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา การสูบน้ำเข้าแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
ในส่วนของ ปภ. ได้จัดเตรียมทรัพยากรและดำเนินมาตรการเชิงป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งไว้ล่วงหน้าทุกด้าน โดยให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ทั้ง 18 แห่ง เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่และระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถบรรทุกน้ำ รถขุดตักไฮดรอลิค รถผลิตน้ำดื่ม เครื่องเจาะบ่อบาดาล/บ่อน้ำตื้น รวม 48 รายการ 2,188 หน่วย เข้าสนับสนุนการปฏิบัติของจังหวัดในการสูบเติมน้ำเข้าระบบการผลิตประปาหมู่บ้าน การจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน แหล่งน้ำสำรอง การผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายประชาชน การบรรทุกน้ำแจกจ่ายในพื้นที่ขาดแคลน การขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน การขุดเจาะบ่อน้ำตื้น การกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนการทำป่าเปียกเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานาการณ์ภัยแล้ง

รูปภาพ