ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมรับมอบนโยบาย "การจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สำหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน"
1/10/2569 |
6
|
ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมรับมอบนโยบาย "การจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สำหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน"
วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569) นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมรับมอบนโยบาย "การจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สำหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน" ณ ห้องศรีตรัง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) และระบบ DOPA Channel เพื่อให้ส่วนราชการในระดับพื้นที่และระดับจังหวัดได้รับฟังนโยบายพร้อมกันทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้เป็นอีกก้าวที่สำคัญของประเทศไทย ในการยกระดับการดูแลและคุ้มครองพี่น้องประชาชนจากภัยพิบัติ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ตระหนักดีว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแต่การให้ความช่วยเหลือภายหลังการเกิดเหตุเท่านั้น แต่เราต้องเตรียมความพร้อมและสร้างระบบหลักประกันที่สามารถรองรับความเสียหายไว้ล่วงหน้า รัฐบาลจึงได้ดำเนิน "โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน" เพื่อเพิ่มกลไกในการดูแลประชาชน โดยภาครัฐเป็นผู้จัดซื้อประกันภัยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อให้มีหลักประกันรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ ซึ่งกรมธรรม์ดังกล่าวคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 และมีการต่อประกันภัยทุกปี โดยกรมธรรม์จะ 1. คุ้มครองที่อยู่อาศัย สูงสุด 100,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน ได้แก่ กรณีอุทกภัย ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้น ไม่เกิน 90,000 บาท กรณีวาตภัย ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท และกรณีแผ่นดินไหว ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท และกรณีภัยน้ำล้อม หากที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน รับค่าชดเชย 10,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน 2. คุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ 2,000,000 บาท/คน
การดำเนินโครงการฯ นี้จึงไม่เป็นเพียงการมอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการให้ความช่วยเหลือหลังเกิดความเสียหายไปสู่ "การบริหารจัดการความเสี่ยงและการปฏิบัติไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ" เมื่อเกิดภัยธรรมชาติประชาชนจะมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองที่ชัดเจน สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งจะบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

รูปภาพ