รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
6/10/2569 |
7
|
รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) เวลา 08.00 น. นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเชื่อมโยงสัญญาณผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการแจ้งเตือนประชาชนและการประสานงานภายในระหว่างหน่วยงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมและตรงจุด สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในระยะต่อไป ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่มีการคาดการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 4–14 ตุลาคม 2569 โดยมอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา ศปช. และหน่วยงานเครือข่าย ปรับปรุงและเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ หากมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงหรือใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาวิกฤต ต้องเพิ่มความถี่และรูปแบบการแจ้งเตือนภัยที่สร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งขอกำชับให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เร่งจัดทำและทบทวนแผนเผชิญเหตุรองรับทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ ในเรื่องของประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งว่า การเบิกจ่ายเงินสินไหมทดแทนจากระบบประกันภัยที่รัฐบาลทำไว้ จำเป็นต้องมีการออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรองรับ ซึ่งสามารถพิจารณาประกาศเฉพาะจุดหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงโดยไม่จำเป็นต้องประกาศครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อให้สอดรับกับข้อกำหนดในกรมธรรม์ พร้อมเน้นย้ำ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ในการยกระดับการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งอาศัยการมีส่วนร่วมจากตัวแทนทุกกระทรวง ทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และสาธารณสุข ในการสะท้อนปัญหาเชิงพื้นที่และบูรณาการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อที่จะดูและพี่น้องประชาชน และพาประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

รูปภาพ