พุทธศาสนิกชนชาวตรังแน่นวัด นำปิ่นโตอาหารคาวหวาน ผลไม้ ขนมสารทเดือน 10 มาร่วมทำบุญวันส่งตายาย สืบสานประเพณีบุญสารทเดือนสิบภาคใต้
11/10/2569 |
7
|
วันนี้(อาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ) ที่วัดกาญจนบริรักษ์หรือวัดโคกแค อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ประชาชนชาวตรังเดินทางนำปิ่นโตอาหารคาวหวาน ผลไม้ ขนมสารทเดือน 10 มาร่วมทำบุญวันส่งตายาย เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยประเพณีบุญสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีของพุทธศาสนิกชนทางภาคใต้ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมา โดยปี 1 จะมีการทำบุญ 2 ครั้ง ครั้งแรกทำบุญในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 หรือที่เรียกกันว่าวันรับตายาย และครั้งที่ 2 ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 หรือวันส่งตายาย ขนมที่นำมาใช้ ได้แก่ ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม , ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนแพสำหรับบรรพบุรุษใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ , ขนมดีซำหรือขนมเจาะหู เป็นสัญลักษณ์แทนเงินหรือเบี้ยสำหรับใช้สอย , ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้าสำหรับบรรพบุรุษได้ใช้ละเล่นในเทศกาลต่างๆ รวมถึงขนมกงหรือขนมไข่ปลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ โดยบริเวณหน้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นลานกิจกรรมประชาชนได้นำ "หฺมฺรับ" ซึ่งเป็นภาษาถิ่นใต้ที่ตรงกับคำว่า "สำรับ" ในภาษาไทยกลาง คือชุดภาชนะหรือสำรับที่จัดเตรียมอาหารคาวหวาน ข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น เพื่อนำไปทำบุญถวายพระสงฆ์ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในประเพณีบุญสารทเดือนสิบของชาวภาคใต้ พร้อมเงินทำบุญ และกระดาษเขียนชื่อ-นามสกุลของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
การทำบุญวันสารทเดือนสิบ นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมของชาวปักษ์ใต้พุทธศาสนิกชนชาวปักษ์ใต้ให้คงอยู่สืบต่อไปแล้วยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีร่วมกันถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์รับศีลฟังธรรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
สำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ มีกิจกรรมหลักๆที่สำคัญ ได้แก่
1. การจัด "หฺมฺรับ" ชาวบ้านจะร่วมกันจัดสำรับอาหารข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงขนมเดือนสิบซึ่งเป็นขนมเฉพาะประเพณีนี้ เพื่อนำไปถวายวัด มีการทำบุญนำอาหารไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว "หฺมฺรับ" คือสำรับแห่งความกตัญญูที่บรรจุทั้งข้าวปลาอาหาร ขนมเดือนสิบและเครื่องใช้สอยเพื่อส่งต่อบุญกุศลและความห่วงใยไปยังดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยขนมเดือนสิบทั้ง 5 ชนิด คือ ขนมลาขนมพอง ขนมกง ขนมดีซำและขนมบ้ายั งเป็นสัญลักษณ์ที่เล่าเรื่องราวของการเดินทางและสายสัมพันธ์ครอบครัวที่ไม่ขาดหาย
2. การตั้งเปรต โดยหลังจากการทำบุญ ชาวบ้านจะนำอาหารอีกส่วนหนึ่งไปวางไว้บนร้านสูง ที่เรียกว่า “หลาเปรต” (หลา คือ ศาลา ) หรือบางที่อาจจะเป็นบริเวณแนวกำแพงวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณที่ไร้ญาติ
3. ประเพณีชิงเปรต ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของวันส่งตายาย ที่ประชาชนจะเข้าไปแย่งอาหารบน“หลาเปรต” กันอย่างสนุกสนาน โดยเชื่อว่าหากได้รับของที่เหลือเดนชานจากบรรพบุรุษแล้วจะเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
ประเพณีสารทเดือนสิบ มีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่กลายไปเป็นเปรตอยู่ในนรก เป็นการทำบุญ ยังถือเป็นวันรวมญาติ เนื่องจากในประเพณีสารทเดือนสิบ ลูกหลานชาวใต้จะเดินทางกลับมายีงมาตุภูมิของตัวเองเพื่อพบปะกับญาติพี่น้องและปู่ย่าตายายที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะร่วมกันจัดสำหรับคาวหวานนำไปวัด โดยมีคำกล่าวที่ชาวใต้ถ่ายทอดสืบต่อกันมาว่า “เดือน 10 ให้เห็นหน้า เดือน 5 ให้เห็นตัว” สะท้อนถึงความหมายของสารทเดือนสิบและ สงกรานต์ ที่ไม่ใช่แค่งานบุญ แต่คือช่วงเวลาที่ลูกหลานจะกลับมาพบหน้าครอบครัว ทานข้าวร่วมกันและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

รูปภาพ